|
เขียนโดย ใจใส
|
|
วันพุธที่ 02 ธันวาคม 2009 เวลา 07:58 น. |
|
จำนวน 106 ราย สร้างความมั่นใจผู้ใช้บริการแพทย์แผนจีน ได้รับบริการที่มีคุณภาพมาตรฐานและปลอดภัย วันนี้ ( 28 พฤศจิกายน 2552 ) ที่หอการค้าไทย-จีน ถนนสาทร กรุงเทพมหานคร นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในการมอบหนังสืออนุญาตให้ทำการประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยศาสตร์การ แพทย์แผนจีน แก่ผู้สอบผ่านในปีพ.ศ.2552 จำนวน 106 ราย ในงานสัมมนาส่งเสริมจรรยาบรรณวิชาชีพผู้ได้รับหนังสืออนุญาตประกอบโรคศิลปะ แพทย์แผนจีน ให้มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ ในการบริการประชาชนอย่างถูกต้องตามหลักวีชาชีพ นายวิทยา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขออกกฎหมายกำหนดให้ การแพทย์แผนจีนเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะสาขาที่ 9 ตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 ซึ่งประกอบด้วยการนวดแผนจีน การฝังเข็มและการจับชีพจรและรักษาด้วยสมุนไพรหรือที่รู้จักกันว่าหมอแมะ ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2552 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา ได้กำหนดให้ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทุกคนจะต้องมีความรู้และสอบใบประกอบโรคศิลปะ ตามหลักเกณฑ์ ซึ่งจะทำให้ประชาชนไทยที่ต้องการใช้แพทย์ทางเลือกในการดูแลรักษาฟื้นฟู สุขภาพ มั่นใจในการรับบริการที่มีคุณภาพมาตรฐานและปลอดภัย ทั้งนี้เพื่อให้การแพทย์แผนจีนได้เป็นสาขาการแพทย์ทางเลือกที่เหมาะสมใน การดูแลสุขภาพของประชาชนชาวไทย ควบคู่ไปกับการแพทย์แผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือกที่เหมาะสมอื่นๆ และในอนาคตการแพทย์แผนจีนในประเทศไทยจะมีความเข้มแข็งในมาตรฐานวิชาชีพตาม มาตรฐานสากล ซึ่งกำหนดโดยสมาพันธ์การแพทย์แผนจีนโลก ขณะที่การแพทย์ทางเลือก กำลังเป็นที่นิยมไปทั่วโลก โดยประชาชนร้อยละ 80 ในประเทศที่พัฒนาแล้วนิยมใช้การแพทย์ทางเลือก โดยเฉพาะการฝังเข็ม ที่ยอมรับกันทั่วโลกว่าสามารถนำมารักษาโรคต่าง ๆ จำนวนมาก องค์การอนามัยโลกให้การยอมรับศาสตร์การฝังเข็มว่าสามารถใช้รักษาโรคต่างๆที่ มีผลงานวิจัยรองรับ 28 โรค เช่น อาการปวดเข่า ปวดหลัง ปวดต้นคอ ปวดข้อ ไมเกรน ภาวะซึมเศร้า โรคหลอดเลือดสมอง นายวิทยากล่าว ทางด้านนายแพทย์นรา นาควัฒนานุกูล อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า การแพทย์แผนจีนเป็นศาสตร์การแพทย์ที่พัฒนามาจากประสบการณ์การรักษาโรคภัย ต่างๆของชาวจีนที่สะสมมาเป็นเวลาหลายพันปี และเมื่อ 2,000 ปีก่อนได้มีการรวบรวมประสบการณ์การรักษาและทฤษฏีแพทย์แผนจีนยุคนั้นไว้ใน หนังสือ ซึ่งเป็นรากฐานทฤษฏีแพทย์แผนจีนมาจนถึงปัจจุบัน และเพื่อเป็นกรประสานความร่วมมือในด้านการแพทย์และสาธารณสุขกับการแพทย์แผน จีนในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ และกำกับดูแลบุคคลที่ให้บริการโดยอาศัยศาสตร์การแพทย์แผนจีนทำการรักษาให้ กับประชาชนในประเทศไทย ได้มีมหาวิทยาลัยในประเทศไทยเปิดการเรียนการสอนในสาขาการประกอบโรคศิลปะ ตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 และ พ.ศ.2552 ปัจจุบันมีผู้สอบผ่านได้รับหนังสืออนุญาตให้ทำการประกอบโรคศิลปะโดยอาศัย ศาสตร์การแพทย์แผนจีนทั้งหมด 328 ราย
 |
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 02 ธันวาคม 2009 เวลา 08:11 น. |